ข่าวเด่นวันนี้ 4/2/2566

ตำรวจคุมเข้มผู้ค้าสลากเกินราคา ยันผู้ซื้อไม่ผิดแต่ผู้ขายมีความผิด

ผู้ช่วย ผบ.ตร.สั่งทุกพื้นที่เร่งทำความใจหวั่นปชช.หวาดกลัวซื้อสลากฯ จะมีความผิด ยันผู้ซื้อไม่ผิดแต่ผู้ขายเกินราคามีความผิด พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ ประธานคณะทำงานเฉพาะกิจตรวจสอบผู้ค้าสลาก กินแบ่งรัฐบาลเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด ได้ประชุมเพื่อร่วมกำหนดแนวทางการสืบสวน โดยขณะนี้พนักงานสืบสวนได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ พงส.บก.ปคบ. ในข้อหาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา จากนั้น บก.ปคบ.จะประสานส่งข้อมูลรายชื่อลูกค้า ที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากกองสลากพลัส งวดวันที่ 16 มี.ค.65 และ 1 เม.ย.65 จำนวน 4,214 ราย ให้กับหน่วย บช.น. และ ภ.1-9 เพื่อทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมพร้อมทั้งเชิญผู้มีรายชื่อซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามภูมิลำเนา ในฐานะพยาน เพื่อยืนยันข้อมูลการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาของกองสลากพลัส งวดวันที่ 16 มี.ค.65 และ 1 เม.ย.65 ซึ่งเป็นงวดที่มีการขายเกินราคา จากนั้น บช.น. และ ภ.1-9 จะรวบรวมพยานหลักฐานตลอดจน บันทึกคำให้การข้างต้น ดำเนินการส่งมายัง บก.ปคบ. เพื่อรวบรวมดำเนินคดีต่อไป พล.ต.ท.ประจวบฯ ยืนยันว่า กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบถามข้อมูลจากลูกค้าที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากกองสลากพลัส งวดวันที่ 16 มี.ค. และ 1 เม.ย.65 เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อประกอบสำนวนคดี มิได้เป็นการกลั่นแกล้ง บุกรุก หรือข่มขู่ โดยเป็นการดำเนินการภายใต้กฎหมาย และขอยืนยันว่าผู้ซื้อสลากฯ จะมีสถานะเป็นเพียงพยานในข้อหาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา โดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย และหากผู้ซื้อประสงค์จะแจ้งความเอาผิด ก็สามารถทำได้ แต่หากผู้ซื้อไม่ประสงค์แจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบันทึกถ้อยคำไว้เท่านั้นแต่ผู้ที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา จะมีความผิด พล.ต.ท.ประจวบฯ ยังกำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ เข้าใจการทำคดีนี้ และอธิบายให้ประชาชนทราบถึงเจตนาที่แท้จริงเพื่อไม่ให้ประชาชนที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหวาดกลัวความผิด และมีความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจและมุ่งหวังว่าการดำเนินการครั้งนี้จะแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้เกิดขึ้นโดยเร็ว พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบการประกอบธุรกิจจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของเอกชน ได้สำเร็จและเป็นแบบอย่าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แก้ไขปัญหาและดำเนินการตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมทั้งกระบวนการ

จอดลงดูพบเป็นรถของเพื่อน ถูกไฟคลอกดับสยองคารถ

พ่อค้าขายรถ-อะไหล่ วัย 38 ปี กลับจากกินข้าวกับเพื่อนๆ ขากลับซิ่ง BMW หลุดโค้งพุ่งชนแบริเออร์ ไฟคลอกดับสยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 ก.พ.) เมื่อเวลา 01.30 น. ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนแท่งแบริเออร์พลิกคว่ำแล้วเกิดเพลิงลุกไหม้มีผู้เสียชีวิตติดคารถ ที่เกิดเหตุเกิดถนนรังสิต-ปทุมธานี มุ่งหน้ารังสิตปากทางวัดเปรมประชากร (โค้งบางพูน) หมู่ 2 ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุเป็นลักษณะทางโค้ง บนเกาะกลางถนนพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีขาว หมายเลขทะเบียน 2668 กรุงเทพมหานคร สภาพพลิกคว่ำพังเสียหายทั้งคันและมีไฟลุกไหม้รถท่วมทั้งคันชิ้นส่วนรถยนต์กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ฉีดน้ำดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 10 นาที เพลิงจึงสงบ ตรวจภายในรถพบมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ถูกไฟคลอกดำเป็นตอตะโกอยู่ในตำแหน่งนั่งคนขับ ยังคาดเข็มขัดนิรภัย ทราบชื่อต่อมาคือ นายณัฐพล อายุ 38 ปี ข้างกันยังพบแท่งแบริเออร์ที่กั้นของทางถูกชนได้รับความเสียหาย จากการสอบถาม เพื่อนผู้ตาย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปนั่งกินข้าวกับเพื่อน 5-6 ที่ร้านที่อยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก และแยกย้ายกันกลับเวลาประมาณตีหนึ่งเศษ โดยที่ผู้ตายได้ขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูสีขาวออกมาก่อนและเพื่อนๆ ขับรถตามมา กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ พบว่ามีรถยนต์เกิดเพลิงไหม้อยู่บริเวณเกาะกลางถนนใต้สะพานต่างระดับบางพูน จึงจอดรถลงไปดูก็พบว่า เป็นรถของเพื่อน สำหรับผู้ตายผู้เป็นพ่อค้าขายรถบีเอ็มดับเบิลยูและอะไหล่รถทางออนไลน์ ด้าน ร.ต.ท.พิสิษฐ์ จองจารุวงศ์ รองสารวัตร สอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมแพทย์และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกันตรวจสอบและบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ จากนั้นให้ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูนำศพผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้ญาติได้รับศพนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

กองทัพเรือ ติดตั้งเครื่องบำบัดฝุ่น PM 2.5 ลดมลพิษใน กทม. กำจัดไวรัส

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องบำบัดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพ โดยในเช้าวันนี้ (3 ก.พ.66) ติดตั้งพื้นที่บริเวณนันทอุทยานสโมสร วังนันทอุทยาน จำนวน 2 เครื่อง เบื้องต้นในพื้นที่กรุงเทพจะติดตั้งทั้งหมด 13 เครื่อง จากสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่เขตเมืองพื้นที่ชุมชนที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหา และลดต้นเหตุการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2566) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จึงได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องบำบัดฝุ่น PM 2.5 จำนวน 2 เครื่อง ที่กรมอู่ทหารเรือได้ดำเนินการจัดสร้างขึ้น บริเวณลานจอดรถฝั่งด้านหน้านันทอุทยานสโมสร กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนมาใช้บริการและออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก โดยในเบื้องต้นจะดำเนินการติดตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 13 เครื่อง สำหรับเครื่องบำบัดฝุ่น PM 2.5 และกำจัดเชื้อโรค ดังกล่าว กองทัพเรือ โดยกรมอู่ทหารเรือ ได้ดำเนินการต่อยอดเครื่องบำบัดฝุ่น PM 2.5 เเละ กำจัดเชื้อโรคจากเครื่องต้นเเบบของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ตั้งเป็นคณะทำงานโครงการสร้างเครื่องบำบัดฝุ่น PM 2.5 ซึ่งผลจากการทดลองในห้องทดลอง อู่ทหารเรือธนบุรี ด้วยควันที่มีความเข้มข้น PM 2.5 สูงกว่า 6000 PPM ที่อัตราการบำบัด 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบบการกรอง Hight Efficiency Particulate Air ใช้เวลา 30 นาที ในห้องทดลองขนาด 4x6x6 เมตร ปริมาตร 144 ลูกบาศก์เมตร เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่า 90% คุณภาพอากาศได้มาตรฐานกรมควบคุมมลพิษ ต่ำกว่า 50 PPM และนอกจากฝุ่น PM 2.5 แล้ว เครื่องบำบัดฝุ่น ยังสามารถกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสต่างๆ ในระบบปรับอากาศรวม ซึ่งพบว่าสารประเภทแบคทีเรีย และไวรัสในอากาศ อาทิ ไวรัสโควิด-19 และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย อาทิ สาร Butadiene Toluene และกลุ่มสาร Aromatic hydrocarbons ถูกทำลาย โดยมีปริมาณลดลงภายใน 30 นาที ภายหลังการเดินเครื่อง ผลสรุปการทำงานสามารถกำจัดเชื้อได้

Scroll to Top